ชื่อนี้เท่านั้น! เอริค คันโตน่า ไม่ว่าจะเรียกเขาว่าอย่างไร จงจำไว้เขาก็ยังเป็น เดอะคิง

ตามแต่จะเรียกกัน แต่ไม่ว่าคุณจะเรียก เอริค คันโตน่า ว่าอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนสำหรับดาวเตะเฟร้นช์แมนที่เล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด 4 ฤดูกาลครึ่งคนนี้ก็คือความเป็นตำนาน

เอริค คันโตน่า คือเจ้าของเสื้อหมายเลข 7 พร้อมปกคอตั้งคือเครื่องหมายการค้าของเขา เกิดมาเพื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เขาเริ่มต้นประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งด้วยการคว้าแชมป์กับมาร์กเซยในปี 1991 และมีโอกาสติดทีมชาติเกือบ 50 เกม เขามาทดสอบฝีเท้ากับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ตอนอายุ 25 ปี ก่อนที่จะได้รับความสนใจจาก ฮาเวิร์ด วิลกินสัน ผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ในเวลานั้นและการพาทีมยูงทองคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ในฤดูกาล 1991/92 ก็น่าจะบ่งบอกอะไรได้บ้างถึงฝีเท้าของเขา

เอริค คันโตน่า

ช่วงเปิดฤดูกาลต่อมา เขาทำแฮตทริคใส่ลิเวอร์พูลในเกมแชริตี้ ชิลด์ จากนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คว้าตัวเขามาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปลายปี 2012 ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะคันโตน่าพร้อมลงสนามสร้างผลงานทันที

อีก 4 ฤดูกาลครึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้สร้างชื่อขึ้นมาเป็นนักเตะระดับตำนานของทีมปีศาจแดงเขาสร้างความตื่นตาตื่นใจในสนามได้ในแบบเดียวกับที่ จอร์จ เบสต์ เคยทำเอาไว้เมื่อ 2 ทศวรรษก่อนหน้านั้น เขาถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ขาดหายไปของทีมและการเข้ามาของคันโตน่าพร้อม 9 ประตูที่เขาทำได้จากการลงเล่น 22 เกมในลีกก็ช่วยให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้ในฤดูกาล 1992/93

ด้วยการที่มีเขาอยู่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พลาดคว้าแชมป์ลีกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล คันโตน่าไม่ได้มีแค่ความสามารถทางเทคนิคที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์เท่านั้นเขายังมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำด้วย เขามีอิทธิพลต่อทุกคนทั้งกับนักเตะ และแฟนบอลหากเขาคิดว่าอะไรเป็นไปได้แล้ว คุณก็จะเชื่อมั่นอย่างนั้นตามเขาไปด้วย

หลังจากที่ถูกแบน 9 เดือนจากเอฟเอ กรณีกระโดดกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ที่เซลเฮิร์สท พาร์ค เขาก็ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นเวลา 120 ชั่วโมง และเมื่อเขากลับมาลงเล่นในเกมกับลิเวอร์พูลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนตุลาคมเขาก็ทำประตูได้จากลูกจุดโทษ

คันโตน่านั้นประสานงานได้อย่างลงตัวกับนักเตะรุ่นน้องอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์ รวมถึงรอย คีน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลายเป็นทีมที่ยากจะต้านทานในฤดูกาล 1995/96 คันโตน่าทำประตูไป 19 ลูกรวมทุกรายการ เขาทำสถิติยิงในพรีเมียร์ ลีก ได้ 6 เกมติดต่อกันช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนด้วยโดยตอนนั้นทีมปีศาจแดงกำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และก็เป็นคันโตน่าอีกครั้งที่มาสร้างชื่อที่เวมบลีย์ เป็นนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ กับลิเวอร์พูล เขาทำประตูชัยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 2 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในการค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยก็ว่าได้

ช่วงจบฤดูกาล 1996/97 ทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งแต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังในถ้วยยุโรปเมื่อร่วงตกรอบรองชนะเลิศและคันโตน่าก็ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดแบบช็อคแฟนบอลจนถึงตอนนี้เขาได้อำลาทีมไปนานแล้ว แต่แฟนๆ ก็ไม่เคยลืมเขาลงเลย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

วันมหัศจรรย์! เอริค คันโตน่า กับวันที่สุดสำคัญในชีวิตค้าแข้งบนเวทีลูกหนัง

หากเอ่ยชื่อ เอริค คันโตน่า เชื่อว่าหลายท่านคุ้นเคยกับภาพของอดีตกัปตันทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้สวมเสื้อหมายเลข 7 พร้อมตั้งปกคอเสื้ออันเป็นเอกลักษณ์ติดตา

เอริค คันโตน่า กองหน้าชาวฝรั่งเศส อดีตแข้งกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ 25 ปีก่อน ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริคพา “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด เฉือนชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 4-3 ในศึกฟุตบอล แชริตี ชิลด์

เอริค คันโตน่า

8 สิงหาคม 1992 ที่สนามเวมบลีย์ เป็นการแข่งขันฟุตบอล แชริตี้ ชิลด์ ครั้งที่ 70 ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์เอฟเอ คัพ พบกับ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) โดยหงส์แดงภายใต้การนำทัพของกุนซือ แกรม ซูเนสส์ อยู่ในช่วงผ่าตัดทีมใหม่และมีการเสริมทัพหลายราย ไม่ว่าจะเป็น พอล สจ๊วร์ต มิดฟิลด์ที่ย้ายจากสเปอร์, เดวิด เจมส์ นายทวารที่ย้ายมาจาวัตฟอร์ด และ ทอร์เบน พีชนิค เซ็นเตอร์ที่ย้ายมาจาก เอฟซี โคเปนเฮเก้น ส่วน ยูงทอง ของกุนซือ เฮาเวิร์ด วิลกินสันยังเต็มไปด้วยดาวเตะซูเปอร์สตาร์ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์, ลี แชปแมน และ คันโตน่า

เปิดฉากครึ่งแรก เป็นทางฝั่งลิเวอร์พูลที่เดินหน้าบุกทันทีและมีโอกาสขึ้นนำหลายครั้ง จาก ไมค์ มาร์ช และ พอล สจ๊วร์ต แต่ยังไม่สามารถเบิกสกอร์แรกได้ จนกระทั่งถึงนาทีที่ 26 กลายเป็นลีดส์ ที่พลิกขึ้นนำได้ก่อน จาก เอริค คันโตน่า อย่างไรก็ตาม เอียน รัช ก็มาโหม่งพังประตูให้หงส์แดงตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 34

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 43 ลีดส์ขึ้นนำได้อีกครั้งจาก โทนี่ โดริโก้ จบครึ่งแรก ยูงทอง นำก่อน 2-1

ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลบุกหนักหวังตีเสมอให้ได้ และนาทีที่ 65 ก็ทำได้สำเร็จ จากการทำประตูของ ดีน ซอนเดอร์ส แต่หลังจากนั้นกลับเป็นลีดส์ที่ทำได้ดีกว่า และก็มายิง 2 ประตูรวดในนาทีที่ 77 และ 87 จาก เอริค คันโตน่า ทั้งสองประตูกลายเป็นแฮตทริคแรกในเวมบลีย์ของเจ้าตัวอีกด้วย

นาทีที่ 89 ลิเวอร์พูลไล่มาเป็น 3-4 มาร์ค ไรท์ ยิงไปที่เสาแรกกอร์ดอน สตรั๊คคั่น เคลียร์ บอลพลาดเข้าประตูตัวเอง แต่เวลาที่เหลือก็ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ลีดส์ ยูไนเต็ด จึงคว้าแชมป์ฟุตบอลแชริตี้ ชิลด์ ไปครองด้วยการชนะลิเวอร์พูลไปอย่างสนุก 4-3

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

น่าจะแรงกว่านี้! “เอริค คันโตน่า” ให้สัมภาษณ์เรื่องกังฟูคิกในตำนาน

เอริค คันโตน่า สุดยอดศูนย์หน้าตำนานผู้โด่งดังในวงการฟุตบอลของยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอริค คันโตน่า ตำนานผู้ที่มีฉายา “ยืดอก ปกตั้ง” ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์เรื่องกังฟูคิกในตำนาน แม้จะผ่านมา 20 ปีแล้ว ผมควรกระโดดถีบเขาแรงกว่านั้น!!

เอริค คันโตน่า

ผ่านมากว่า 20 ปีแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นั้น เขามักถูกสัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้อยู่เสมอๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และมาจนถึงตอนนี้คำตอบของเขาก็ยังคงเหมือนเดิมเสมอ แม้เขาจะยิงประตูให้กัมยูไนเต็ดไป 82 ประตู แต่เขาก็ได้กลายเป็นตำนานและราชาแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด

เขาถูกสัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่เขากระโดดกังฟูคิกมัทธิว ซิมม่อนส์ แฟนบอลในเซลเฮิสต์พาร์ค จนถูกแบนโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศอังกฤษกว่า 9 เดือนด้วยกันว่า “ผมเคยพูดมาแล้ว ว่าผมควรกระโดดถีบเขาแรงกว่านั้นแต่วันพรุ่งนี้ผมอาจจะเปลี่ยนใจและพูดอีกอย่างก็ได้”

“ผมเสียใจกับมันไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นั้น และผมก็คิดว่าเขา(ซิมม่อนส์) ก็คงได้เรียนรู้อะไรเช่นกัน จากเหตุการณ์นั้น” คิงก็องโต้กล่าวต่อ

“9 เดือนเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก แต่ผมก็ได้การสนับสนุนจากเซอร์อเล็กซ์เป็นอย่างดีและในที่สุดก็พาทีมคว้าแชมป์ได้ถึงสองครั้ง ผมภูมิใจสุดๆที่ได้เล่นกับนักเตะทั้งสองรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นของฮิวจ์, อินซ์ และเหล่านักเตะรุ่นคลาสออฟ 92” เขาเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและถึงแม้เขาจะยิงประตูสวยๆ มากมาย แต่ก็ไม่มีลูกใดเลย ที่เขาชอบเป็นพิเศษ

“สำหรับผม ไม่มีประตูลูกไหนที่ผมบิงเป็นลูกโปรดของผมเลยผมอยากทำประตูได้ในรูปแบบที่ว่า ผู้รักษาประตูผ่านบอลให้กองหลังและพวกเขาทุกคนในทีมก็แตะบอลกันคนละครั้งก่อนสุดท้ายจะส่งมาที่ผมและยิงประตู มันเป็นเรื่องง่ายๆ นะที่จริงๆ แต่ทำได้ยากมากๆ” เขาเล่าเกี่ยวกับการทำประตูในดวงใจ คันโตน่า นักเตะเพียงคนเดียวที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน กุนซือในตำนานของปีศาจแดงยอมใจอ่อนด้วยเหตุการณ์กระโดดกังฟูคิกแฟนบอลในเซลเฮิสต์พาร์ค จนทำให้ถูกแบนกว่า 9 เดือนเต็ม

ก็องโตนาเริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรออแล็งปิกเดอมาร์แซย์เป็นคนที่ค่อนข้างหัวเสียง่ายมีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ลงแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมตอร์เปโดมอสโกเขาถูกเปลี่ยนตัวออก แล้วได้แสดงอาการไม่พอใจด้วยการฉีกเสื้อแล้วขว้างทิ้งเขาถูกลงโทษห้ามลงแข่งเป็นเวลา 1 เดือน อีก 2-3 สัปดาห์หลังจากนั้นเขาก็ได้ออกมากล่าวโจมตีผู้ฝึกสอนทีมชาติฝรั่งเศสทางโทรทัศน์

ก็องโตนาย้ายสู่บอร์โดด้วยสัญญายืมตัวหลังจากนั้นก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับมงเปอลีเยซึ่งเขาได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์กุปเดอฟร็องส์เป็นครั้งแรก ก่อนจะถูกมาร์แซย์ดึงตัวกลับมาแต่เขาก็ยังถูกขายให้กับสโมสรนีม

เขาถูกห้ามลงแข่งขันอีกครั้งเป็นเวลา 1 เดือน จากการขว้างบอลใส่ผู้ตัดสินและก็องโตนาก็ให้สัมภาษณ์วิจารณ์คำตัดสินอีก จึงถูกลงโทษเพิ่มเป็น 2 เดือนและนี่เองเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของก็องโตนา เขาจึงตัดสินใจแขวนสตั๊ด ต้องขอบคุณแฟนฟุตบอลพันธุ์แท้รายหนึ่งที่ชักจูงให้ก็องโตนากลับมาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอีกครั้งที่ประเทศอังกฤษ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ผลงานชิ้นโบว์แดง! คันโตน่า ศิลปินลูกหนังชาวฝรั่งเศสแห่ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เอริค คันโตน่า กลายเป็นหนึ่งในการซื้อขายที่ดีที่สุดตลอดกาลของแมนฯ ยูไนเต็ด เขาคือบุคคลสำคัญในการนำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก

เอริค คันโตน่า โยกสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ 26 พฤศจิกายน 1992 ด้วยค่าตัวเพียง 1.2 ล้านปอนด์จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด ความจริงแล้ว เขาไม่ใช่เป้าหมายแรกของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในวันที่ยังไม่มียศเซอร์อยู่ข้างหน้า ทว่า โอกาสมาถึง เมื่อสโมสรปฏิเสธขาย เดนิส เออร์วิน ให้ทัพ “ยูงทอง” ก่อนหยอดถึงความเป็นไปได้ในการคว้ากองหน้าฝรั่งเศสหลังพลาดคว้าดาวยิงอย่าง อลัน เชียเรอร์, เดวิด เฮิร์สท์, แม็ทธิว เลอ ทิสซิเอร์ และ ไบรอัน ดีน ก่อนหน้านั้น

เอริค คันโตน่า

ยูไนเต็ด-ก็องโต้- เฟอร์กี้ เติมเต็มซึ่งกันและกัน ฝีเท้าระดับโลก และมิติอันล้ำลึกของดาวยิงฝรั่งเศสยกระดับให้เกมรุก “ปีศาจแดง” ส่งให้ทีมครองมหาอำนาจเมืองผู้ดีแบบเบร็ดเสร็จ

อันเป็นช่วงแรกในยุคทองของเฟอร์กูสัน น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือการแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 30 ปี ชนิดช็อกแฟนบอลทั่วโลก

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จที่เขานำมาสู่ทีมคือสิ่งที่ไม่มีใครลืม แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 จาก 5 ฤดูกาลที่รับใช้ “ปีศาจแดง” (เว้นเพียงฤดูกาล 1994-95 ที่เจ้าตัวก่อวีรกรรม “กังฟูคิก” ใส่แฟนบอลจอมป่วนของคริสตัลพาเลซ) รวมทั้งดับเบิ้ลแชมป์เมืองผู้ดี 2 สมัย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ศิลปินลูกหนัง! ‘คันโตน่า’ ผู้เป็นขวัญใจตลอดกาลของแฟนบอล ‘ปีศาจแดง’

เอริค คันโตน่า ตำนานหัวหอกมาดเข้มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง และเป็นขวัญใจของแฟนบอลตลอดกาล

เอริค คันโตน่า ผู้เป็นขวัญใจตลอดกาลของแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุคลิกและฝีเท้าของ คันโตนา คือนิยามของคำว่า “ศิลปินลูกหนัง” อย่างแท้จริง เขาอาจไม่ใช่กองหน้าจอมถล่มประตูแต่ลีลาการเล่นและจินตนาการบนพื้นหญ้าของจอมอหังการชาวฝรั่งเศสผู้นี้
ไม่ว่าจะเป็นกองเชียร์หรือกองแช่งปิศาจแดง คุณก็ต้องเห็นด้วยกับฉายา เอริค “เดอะคิง” คันโตนา ที่เร้ด อาร์มี่ มอบให้เขา

เอริค คันโตน่า

คันโตน่า เริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลกับสโมสร โอลิมปิค มาร์กเซย ก่อนที่จะข้ามมาสร้างชื่อที่เกาะอังกฤษกับสโมสร ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรที่ทำให้เขาได้สัมผัสแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก
ก่อนที่จะย้ายมาเป็นสมาชิกปิศาจแดง ซึ่งเป็นเหมือนโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตเอาไว้ เมื่อ
โฮเวิร์ด วิลกินสัน กุนซือทีมยูงทองในสมัยนั้น โทรหาเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพื่อขอซื้อตัว เดนนิส เออร์วิน แบ็คตัวเก่งของทีมปิศาจแดง แต่บทสรุปของการเจรจาครั้งนั้นกลายเป็นบรมกุนซือปิศาจแดง ขอซื้อตัว ก็องโต้ แทน และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยแห่งความยิ่งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คันโตน่า กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายสู่ความสำเร็จที่ทีมตามหามานานเขามีส่วนสำคัญช่วยให้ปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จทันทีที่ย้ายมา
ในฤดูกาล 1992-93 ซึ่งนับเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 26 ปีอีกด้วย
และในฤดูกาลถัดมา คือ 1993-94 เขายังช่วยให้ทีมเป็นดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ โดย
คันโตนา ทำคนเดียวสองประตูในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่เอาชนะ เชลซี 4-0

อย่างไรก็ตาม ชีวิตลูกหนังของ คันโตนา ไม่ได้มีแค่ด้านสว่างเท่านั้น ในฤดูกาล 1994-95 เขาโดนสมาคมฟุตบอลอังกฤษแบนยาวถึง 8 เดือน จากกรณีกระโดดถีบ แมทธิว ซิมมอนส์ แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ที่ยอดอก จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเขาเกือบตัดสินใจแขวนสตั๊ด แต่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เกลี้ยกล่อมจน ก็องโต้ ล้มเลิกความคิดดังกล่าว เขากลับมาประเดิมสนามหลังจากชดใช้โทษแบน ในวันที่1 ตุลาคม 1995 เพื่อเผชิญหน้ากับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง
ลิเวอร์พูล ซึ่งเขาเป็นคนช่วยยิงจุดโทษให้ทีมตีเสมอได้ 2-2 ก่อนที่ในนัดชิงชนะเลิศ
เอฟเอ คัพ เขาจะทำแสบต่อลิเวอร์พูลอีกครั้งด้วยการทำประตูชัยด้วยลูกวอลเลย์สุดสวยช่วย
ให้ทีมปีศาจแดงคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ 2 ครั้งเป็นทีมแรกของเกาะอังกฤษ

คันโตน่า ตัดสินใจหันหลังให้วงการลูกหนังด้วยวัยเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้นโดยลงสนามให้ทีมปิศาจแดงทั้งสิ้น 144 นัด ทำได้ 64 ประตู ตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ใช่จำนวนมากมายนัก
แต่มันกลับแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นที่รักของแฟนบอลมากเพียงใด ทุกครั้งที่เขากลับมาเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตามเขาจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพลพรรคปิศาจแดงเสมอเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า เอริค คันโตนา จะเป็น “เดอะ คิง” ของปิศาจแดงไปตลอดกาล

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ยั้งมือ! ‘คันโตน่า’ เผย น่าเสียดายที่ผมชกเบาไปหน่อย

เอริค คันโตน่า สุดยอดกองหน้าระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในแข้งที่โด่งดังระดับโลกมาแล้ว ศูนย์หน้าที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวกว่าแข้งรายอื่น

เอริค คันโตน่า แข้งจากแดนน้ำหอม ก้าวเข้าสู่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยการทาบทามโดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน สุดยอดกุนซือระดับโลกชาวดัตช์รายนี้

เอริค คันโตน่า

ก็องโต เปิดใจ : “น่าเสียดายที่ผมชกเบาไปหน่อย” สีขาวจัดจ้าของเมืองมาร์กเซย์ผ่านเข้ามาสู่สายตาตัดกับสีขาวคือท้องฟ้าเมอร์ดิเตอเรเนี่ยนสีสดแจ่มที่บริเวณกลางเมืองชาวมาร์กเซย์นับพันต่างออกมาเฉลิมฉลองวันบาสตีลอากาศสดใสเจือกลิ่นกำมะถันจากพลุดอกไม้ไฟที่เพิ่งจุดในงานฉลองปะปนกับกลิ่นไอทะเลจากคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่ง

มาร์กเซย์เป็นเมืองที่ได้รับหลายสิ่งอย่างจากท้องทะเลเช่นเดียวกับแฟนฟุตบอลปีศาจแดง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับหลายสิ่งจาก เอริค แดเนียล ปิแอร์ ก็องโตน่า ที่กล่าวกับ
FourFourTwo ให้ไปพบที่มาร์กเซย์ เมืองบ้านเกิด “วันจันทร์หรืออังคาร”

เพื่อเดินทางย้อนรอยคุณตาของก็องโตน่าที่ต้องโยกย้ายครอบครัวมาจากประเทศสเปน เราจึงขับรถเป็นระยะทาง 300 ไมล์ (ประมาณ 500 กม.)จากเมืองบาร์เซโลน่า ผ่านเมืองมงต์เปลิเยร์
ที่เป็นที่ตั้งของสโมสรเดิมที่ก็องโตน่าเคยเล่นมาก่อน จากนั้นก็ต้องผ่านเมืองนีมส์ และมาตีคส์
กว่าจะถึงมาร์กเซย์เราก็เหนื่อยจนแทบหมดแรงแต่ก็ตื่นเต้นที่จะได้สัมภาษณ์นักเตะในตำนานรายนี้ ก็องโตน่าเป็นฮีโร่ที่เราไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาพบและสัมภาษณ์กันใกล้ชิดเช่นนี้

ครอบครัวของก็องโต้เป็นฝ่ายดำเนินการให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลชายหาดโลก หรือ FIFA Beach Soccer World Cup ที่เมืองมาร์กเซย์ที่จะเริ่มการแข่งขันในอีก 2 วันข้างหน้า
ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่มีให้เห็นทั่วเมืองมาร์กเซย์ เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศฝรั่งเศส
นักเตะในชุดวอร์มของอาร์เจนติน่าและญี่ปุ่นกำลังเดินไปตามถนนในเมืองเพื่อพยายามปรับสภาพร่างกายให้คุ้นเคยกับสภาพอากาศของเมืองชายทะเลแห่งนี้ พร้อมทั้งต้องพยายามหลบหลีกรถรางในขณะที่แฟนๆ  ฟุตบอลต่างก็ให้ความสนใจกับชุดวอร์มติดธงทีมชาติที่สวมใส่
แม้ว่าจะมีไม่กี่คนที่จะรู้จักหน้าค่าตาของนักเตะฟุตบอลชายหาดทีมชาติ

เราได้รับคำแนะนำให้เดินทางไปที่โรงแรมเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกับร้านขายของลดราคา
วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในเสื้อโอลิมปิกมาร์กเซย์คอยโยนประทัดขู่ขวัญผู้คนที่สัญจรไปมาแล้วหัวเราะกันสนุกสนาน

ก็องโตน่ามาพบกับเราในเสื้อทีมชาติฝรั่งเศสพร้อมหนวดเคราที่เริ่มเห็นสีขาวแซม เราเพิ่งรู้สึกว่าก็องโต้ตัวสูงใหญ่หนาและดูน่ากลัวกว่าที่เราเคยจินตนาการเอาไว้เสียอีก คิ้วสองข้างดูเข้มดุสองตายังคงสีเข้มลึก ตำนานปีศาจแดงออกอาการวอกแวกแกมกังวลและดูเหนื่อยๆ ระหว่างที่กวาดตามองคนแปลกหน้าที่รุมล้อมรอบตัว

และเป็นเรื่องน่าเสียใจที่เราต้องบอกก็องโต้ถึงการเสียชีวิตของ นอร์แมน เดวีย์ อดีตผู้จัดการฝ่ายจัดการชุดแข่งของ แมนเชสเตอร์ยู ไนเต็ด ที่เคยพาก็องโต้เดินกลับเข้าห้องแต่งตัวในเกมที่เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค หลังจากก็องโต้สวมบทโหด โดดถีบกังฟูขาคู่ใส่แฟนบอลในเกมเมื่อปี
1995 โดยเพื่อนร่วมทีมปีศาจแดงของก็องโต้ต่างพากันไปร่วมงานศพเมื่อราวหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งก็องโต้พูดได้เพียงว่า “ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่” เท่านั้น

เราได้รับแจ้งว่ามีเวลาสัมภาษณ์ก็องโตน่าเพียง 10 นาทีเท่านั้นซึ่งนั่นเป็นเวลาไม่ถึง 1 ใน 3 ของที่ได้รับปากไว้ตอนแรกสำหรับก็องโต้ที่รับตำแหน่งผู้จัดการทีมฟุตบอลชายหาดทีมชาติฝรั่งเศสตารางเวลาจึงแน่นเอี้ยด แต่ 10 นาทีคงแทบไม่พอกับการสัมภาษณ์จึงน่าจะเข้าใจกันได้ว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยแฮปปี้นัก

“พรุ่งนี้เช้านะ” ก็องโต้ตกลงกับเรา “มาเจอกันพรุ่งนี้เช้าที่โรงแรม 9 โมงนะ ผมจะมีเวลามากหน่อย”

เช้าวันถัดมา ก็องโต้มาพบกับเราตรงเวลานัดแม้จะยังยุ่งเช่นเดิมแต่ดูสบายๆ ขึ้น แม้หลายๆ
คำถามทำให้ก็องโต้ดูเครียดขึ้นมานิดหน่อยก็ตามการสัมภาษณ์เป็นไปอย่างสบายๆ และก็องโต้ให้เวลาเราเกือบหนึ่งชั่วโมงตอบคำถาม ยิ้ม หัวเราะ และบางครั้งขมวดคิ้วนิ่วหน้าและหยุดคิด
ก็องโต้เป็นหนึ่งในบรรดาฮีโร่ที่เราอยากจะกลับมาพบอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอริค คันโตน่า ตำนานกองหน้าปีศาจแดง กับเรื่องที่สุดยอดในวงการฟุตบอล

เอริค คันโตน่า สุดยอดตำนานกองหน้าปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับเรื่องราวที่สุดยอดของตำนานเบอร์ 7 รายนี้

เอริค คันโตน่า

เอริค คันโตน่า หรือ เอริค ดาเนียล ปีแยร์ คันโตน่า (Éric Daniel Pierre Cantona)
เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ปี 1966 ที่เมืองมาร์แซย์ ประเทศฝรั่งเศสเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรสุดท้าย คันโตน่าประสบความสำเร็จได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 4 สมัย ภายในเวลา 5 ปี รวมไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพภายในฤดูกาลเดียวกันอีกสองสมัย ในปี 2000 ได้รับการโหวตจากแฟนทีมให้เป็นนักฟุตบอลแห่งศตวรรษ แฟน ๆ ยังคงกล่าวถึงคันโตน่า โดยเรียกเขาว่า “เอริคเดอะคิง” จนถึงทุกวันนี้

เสื้อหมายเลข 7 พร้อมปกคอตั้งคือเครื่องหมายการค้าของเขา คันโตน่า เกิดมาเพื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริงเขาเริ่มต้นประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งด้วยการคว้าแชมป์กับมาร์กเซยในปี 1991 และมีโอกาสติดทีมชาติเกือบ 50 เกม เขามาทดสอบฝีเท้ากับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ตอนอายุ 25 ปี ก่อนที่จะได้รับความสนใจจาก ฮาเวิร์ด วิลกินสัน ผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ดในเวลานั้น และการพาทีมยูงทองคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ในฤดูกาล 1991-92 ก็น่าจะบ่งบอกอะไรได้บ้างถึงฝีเท้าของเขา

ช่วงเปิดฤดูกาลต่อมา เขาทำแฮตทริคใส่ลิเวอร์พูลในเกมแชริตี้ ชิลด์ จากนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คว้าตัวเขามาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปลายปี 2012 ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะคันโตน่าพร้อมลงสนามสร้างผลงานทันที

อีก 4 ฤดูกาลครึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้สร้างชื่อขึ้นมาเป็นนักเตะระดับตำนานของทีมปีศาจแดง
เขาสร้างความตื่นตาตื่นใจในสนามได้ในแบบเดียวกับที่ จอร์จ เบสต์ เคยทำเอาไว้เมื่อ 2 ทศวรรษก่อนหน้านั้นเขาถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ขาดหายไปของทีมและการเข้ามาของคันโตน่าพร้อม 9 ประตูที่เขาทำได้จากการลงเล่น 22 เกมในลีกก็ช่วยให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้ในฤดูกาล 1992-93

ด้วยการที่มีเขาอยู่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พลาดคว้าแชมป์ลีกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล คันโตน่าไม่ได้มีแค่ความสามารถทางเทคนิคที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น เขายังมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำด้วย เขามีอิทธิพลต่อทุกคนทั้งกับนักเตะ และแฟนบอลหากเขาคิดว่าอะไรเป็นไปได้แล้ว คุณก็จะเชื่อมั่นอย่างนั้นตามเขาไปด้วย

หลังจากที่ถูกแบน 9 เดือนจากเอฟเอกรณีกระโดดกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ที่เซลเฮิร์สท พาร์ค เขาก็ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นเวลา 120 ชั่วโมง และเมื่อเขากลับมาลงเล่นในเกมกับลิเวอร์พูลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนตุลาคม เขาก็ทำประตูได้จากลูกจุดโทษ

คันโตน่านั้นประสานงานได้อย่างลงตัวกับนักเตะรุ่นน้องอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์ รวมถึง รอย คีน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลายเป็นทีมที่ยากจะต้านทานในฤดูกาล 1995-96 คันโตน่าทำประตูไป 19 ลูกรวมทุกรายการ เขาทำสถิติยิงในพรีเมียร์ ลีก ได้ 6 เกมติดต่อกันช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนด้วยโดยตอนนั้นทีมปีศาจแดงกำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และก็เป็นคันโตน่าอีกครั้งที่มาสร้างชื่อที่เวมบลีย์ เป็นนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ
คัพ กับลิเวอร์พูล เขาทำประตูชัยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 2 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในการค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดเลยก็ว่าได้

ช่วงจบฤดูกาล 1996-97 ทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งแต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังในถ้วยยุโรปเมื่อร่วงตกรอบรองชนะเลิศและคันโตน่าก็ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดแบบช็อคแฟนบอล
จนถึงตอนนี้เขาได้อำลาทีมไปนานแล้ว แต่แฟนๆ ก็ไม่เคยลืมเขาลงเลย

ชีวิตหลังเลิกค้าแข้งหลังจากแขวนสตั๊ดแล้วคันโตน่าก็หันไปเป็นนักแสดงในประเทศฝรั่งเศส
นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว เขายังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ขนาดสั้นด้วยคันโตน่าเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง เอลิซาเบท ที่เขาเล่นเป็นทูตชาวฝรั่งเศสนอกจากนี้เขาก็ยังรับงานนายแบบโฆษณาให้กับบริษัทไนกี้ด้วย

ในช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 คันโตน่าก็เล่นภาพยนตร์โฆษณาให้กับไนกี้ร่วมกับตีแยรี อ็องรี, โรเบร์ตู การ์ลูส, โรนัลโด และลูอีช ฟีกู โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยเล่นภาพยนตร์โฆษณาให้กับไนกี้ในประเทศอังกฤษในการปรากฏตัวร่วมกับเอียน ไรต์, สตีฟ มักแมนามัน และร็อบบี ฟาวเลอร์ ด้วย

ชีวิตส่วนตัว ภรรยาคนแรกของ คันโตน่า คือ อิซาเบลล์ เฟร์เรร์ และพวกเขามีลูกด้วยกันสองคน ราฟาเอล (เกิดในปี 1988) และโจเซฟิน(เกิดในปี 1995) ปัจจุบันเขาแต่งงานกับนักแสดงหญิงชาวฝรั่งเศส ราชิดา แบร็กนี

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

 

น่าจะแรงกว่านี้! คันโตน่า ยอมรับว่าเสียใจที่กระโดดถีบแฟนบอลเบาไปหน่อย

เอริค คันโตน่า สุดยอดในตำนานกังฟูคิกแห่งทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ออกมาเผยถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตที่ทำให้เจ้าตัวต้องโดนโทษแบนนานเกือบปี หลังจากที่เขานั้นกระโดดถีบแฟนบอล คริสตันพาเลซ เมื่อครั้งอดีต

เอริค คันโตน่าเอริค คันโตน่า ดาวยิงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตที่เขานั้นได้สวมบทกังฟูนอกสนาม โดยที่ คันโตน่า ได้กระโดดถีบหรือกังฟูคิดใส่แฟนบอล แมทธิว ซิมมอนส์ ซึ่งเป็นแฟนบอลของทีมคริสตัน พาเลซ เมื่อ ก๊องโต้ ได้เล่า เหตุการณ์วันนั้นให้ได้ทราบในวันที่ปีศาจแดงได้บุกเสมอกับคริสตัล พาเลซ 1-1 เมื่อวันที่ 25 มกราคาม ปี 1995 ซึ่งในขณะนั้นได้มีแฟนบอลเจ้าถิ่นที่ได้ตะโดนด่าตนเองระหว่างที่กำลังจะเดินออกจากสนามระหว่างทางที่จะเข้ากลับไปในอุโมงค์หลังจากที่ คันโตน่า นั้นโดนใบแดง

ด้วยความอารมณ์ในช่วงเวลานั้นที่ต้องถูกออกจากเกมการแข่งขันมาพร้อมกับเสียงด่าทอ จึงทำให้ตนเองนั้นรู้สึกฟิวส์ขาด ได้วิ่งเข้าไปหาแฟนบอลกลุ่มนั้นทันทีพร้อมทั้งได้กระโดดถีบแฟนบอลรายนั้นจนล้มลงไม่เป็นท่าจึงส่งผลให้ทางเอฟเอลงโทษแบน Eric Cantona เป็นเวลานาน 9 เดือนเต็ม

ยืดอก ปกตั้ง ได้กล่าวถึงเหตุการณ์วันนั้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง ว่าถ้าจะให้พูดถึงเรื่องวันนี้ก็บอกเลยว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์วันนั้นพร้อมรู้สึกว่าวันนั้นน่าจะถีบได้แรงกว่านั้นด้วยซ้ำ
หากจะถามเรื่องนี้อีกกี่ครั้งก็ยังยืนยันในคำตอบเดิมว่าเสียใจที่ถีบเบาไปหน่อย เจ้าตัวยืนยันอีกว่าไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ได้ทำแบบนั้นไปซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมาก และเชื่อว่า แมทธิว ซิมมอนส์ น่าจะได้เรียนรู้อะไรได้หลายอย่างจากเหตุการณ์นี้ สำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา 9
เดือนที่ตนเองนั้นโดนโทษแบน

ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควรแต่ก็ต้องขอบคุณที่เฟอร์กุสันสามารถทำทีมปีศาจแดงให้คว้าดับเบิ้ลแชมป์กับเด็กรุ่นใหม่ได้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นเวลานานหลายปีสำหรับเรื่องของการกระโดดถีบใส่แฟนบอลของเขานั้นยังคงเป็นตำนานมาสู่รุ่นปัจจุบัน ทำให้หลายคนต่างจดจำเขาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งเขาได้ย้ำในจุดยืนของตนเองว่ารู้สึกเสียใจที่ถีบเบาไปหากจะถามว่าเสียใจหรือไม่ก็ยังยืนยันว่าไม่เสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้เขาก็พร้อมตอบตรงกันเสมอว่าไม่เสียใจเลยสักนิด

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน

เปเรซ เปิดเผย ประตูสุดสวยของ คันโตน่า อาจไม่ได้เกิดขึ้น

มันเป็นหนึ่งในประตูที่ยอดเยี่ยมและได้รับการยกย่องในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก แต่ผู้รักษาประตู ไลโอเนล เปเรซ บอกกับ ซันสปอร์ต ว่าช่วงมหัศจรรย์ของ เอริค คันโตน่า อาจไม่เกิดขึ้น

เอริค คันโตน่า

เอริค คันโตน่า เมื่อยี่สิบปีที่ผ่านมา ไลโอเนล เปเรซ อดีตผู้รักษาประตู ซันเดอร์แลนด์ มีบทบาทสำคัญโดยไม่เจตนากับฉากที่ไม่เคยลืม

เมื่อเวลาผ่านไปได้ 80 นาทีและ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ขึ้นนำทีมเยือน 4-0 ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอริค คันโตนา ผู้ที่สังหารจุดโทษในครึ่งแรกได้พาบอลขึ้นมาในครึ่งหลัง

เริ่มต้นด้วยการรับบอลจากกองหลังและแสดงทักษะและความคล่องแคล่วของเขาในการเลี้ยงบอลผ่าน ริชาร์ด ออร์ด และ เควิน บอล ซึ่งทั้งสองคนไม่แม้กระทั่งได้สัมผัสตัวเขา ก่อนที่จะพาบอลไปสู่หน้ากรอบเขตโทษ

คันโตนา ในวัย 30 ปี พาบอลขึ้นไปอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งให้ ไบอัน แม็คแคลร์ และชิงกลับมาให้กับเขาในกรอบเขตโทษจากนั้นเขาได้จับบอลให้นิ่งก่อนที่จะงัดบอลข้ามหัว เปเรซ ที่ถลำขึ้นมาด้วยการตัดสินใจอย่างชำนาญ อย่างที่คุณน่าจะเคยเห็น

มันเป็นผลงานชิ้นเอกของเขา แต่นั่นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ คันโตนา กับคอเสื้อที่ตั้งขึ้นของเขายืนอยู่ที่เดิมจ้องมองไปยังลูกบอลที่กำลังลอยไปชนเสาด้านซ้ายก่อนจะเด้งเข้าประตูไป จากนั้นเขาค่อยๆ หันอย่างช้าๆ 360 องศาเพื่อที่จะได้รับความชื่นชมจากผู้ชมในสนาม

ในที่สุดเขาก็ชูแขนขึ้นเพื่อแสดงความดีใจและประตูนั้นได้รับเสียงโหวตว่าเป็นประตูที่ดีที่สุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่ 20 ปีที่ผ่านมา เปเรซได้แสดงความเชื่อมั่นของเขาว่าพวกเราอาจจะไม่ได้เห็นความอัจฉริยะของ คันโตน่า ถ้าไม่ใช่เพราะพฤติกรรมของตัวเองก่อนหน้าที่จะเกิดประตู

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน